ใครมีโอกาสมากสุด? วิเคราะห์จุดแกร่ง-จุดอ่อน 4 ทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ฯ


วิเคราะห์จุดแกร่งกับจุดอ่อนของบรรดา 4 ทีมที่มีโอกาสคั่วแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021-22 มากที่สุด

ศึกลูกหนังเมืองผู้ดีผ่านมาแล้ว 4 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งเราพอได้เห็นศักยภาพของแต่ละทีมกันแล้ว ซึ่งมีทั้งทีมที่ทำผลงานได้น่าเซอร์ไพรส์ และทีมที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง

แน่นอนว่าจากผลงานในช่วงต้นฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ถือเป็น 4 ทีมที่ถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองหากไม่มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก วันนี้เราจะพาไปประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของ 4 ทีมนี้กันว่าใครมีโอกาสครองบัลลังก์มากที่สุด


แมนฯ ซิตี้ จุดแข็ง

ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า น่าจะเป็นสโมสรที่รู้จักวิธีคว้าแชมป์มากที่สุดในตอนนี้แล้ว หลังจากกุนซือชาวสแปนิชพา "เรือใบสีฟ้า" กวาดแชมป์ไปครองถึง 3 สมัยแล้ว และด้วยการเป็นแชมป์เก่าทำให้พวกเขายังถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งที่จะป้องกันแชมป์ได้


แม้ว่าในซีซั่นที่แล้วพวกเขาจะมีช่วงที่ฟอร์มแย่ไปบ้าง แต่ก็ใช้ประสบการณ์เร่งเครื่องในช่วงท้ายแซงเข้าวินไปได้ในที่สุด ซึ่งจุดแข็งที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญต้องยกให้แนวรับที่แข็งแกร่งสุดๆ หลังจากได้ตัว รูเบน ดิอาส ปราการหลังชาวโปรตุเกสมาร่วมทีมช่วยให้เสียไปเพียง 32 ประตูน้อยสุดในลีก และยังคงเป็นหัวใจในแนวรับของทีมอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ในซีซั่นนี้ทีมของกลุ่มทุนจากดูไบยังจัดการทุ่มคว้าสุดยอดมิดฟิลด์มาอีกหนึ่งคนนั่นก็คือ แจ็ค กรีลิช ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการมาเพิ่มศักยภาพในแดนกลางให้น่ากลัวมากขึ้น และทำให้ตอนนี้แนวรุกของพวกเขาเต็มไปด้วยสตาร์มากมายไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอ บรอยน์, กาเบรียล เชซุส, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง, แฟร์ราน ตอร์เรส, ฟิล โฟเด้น และ อิลคาย กุนโดกัน ซึ่งมีขนาดใหญ่มากพอที่จะต่อกรได้กับทุกทีม


จุดอ่อน

สำหรับปัญหาในทีมชุดนี้นั้นคงหนีไม่พ้นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ หลังจากพวกเขาชวดได้ตัว แฮร์รี่ เคน มาจาก สเปอร์ส เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ที่จะมาแก้ปัญหาให้ทีมของ เป๊ป ได้แบบตรงจุด


จากเหตุดังกล่าวนั้นทำให้ทั้ง กาเบรียล เชซุส และ แฟร์ราน ตอร์เรส ต้องแบกภาระการยิงประตูอย่างใหญ่หลวง ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองคนก็ยังฝากผีฝากไข้ไว้ไม่ได้สักเท่าไหร่เพื่อทดแทน เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่อำลาทีมไปแล้ว


อย่างที่ทราบกันดีว่า แมนฯ ซิตี้ มีมิดฟิลด์จอมสร้างสรรค์เกมมากมาย แต่ถ้ากองหน้าตัวจบสกอร์นั้นไร้ประสิทธิภาพก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนของทีมได้เช่นกันอย่างที่เราเห็นกันหลายๆเกมที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นจุดอ่อนที่อาจทำให้ เป๊ป ไม่สามารถพาทีมป้องกันแชมป์ไว้ได้


แมนฯ ยูไนเต็ด จุดแข็ง

การกลับมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุกีสน่าจะมาช่วยตอบโจทย์เรื่องการผลิตสกอร์ให้กับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้แบบหมดจด หลังจาก "ซีอาร์เซเว่น" แสดงประสิทธิภาพให้เห็นแล้วเต็มๆ เปิดตัวเกมแรกด้วยซัดสองประตูช่วยทีมถล่ม นิวคาสเซิ่ล 4-1


แม้ โรนัลโด้ จะอยู่ในวัย 36 ปีแล้วแต่ในการเล่นในบทบาทกองหน้าตัวเป้านั้นดูจะเป็นตำแหน่งที่เขายังเรียกศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นตำแหน่งที่ "ปีศาจแดง" กำลังตามหา หลังจากช่วงที่ผ่านมาต้องฝากความหวังไว้ที่ เอดินสัน คาวานี่ เพียงคนเดียวเท่านั้น ขณะที่แนวรุกคนอื่นๆก็สามารถฝากความหวังไว้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เมสัน กรีนวู้ด หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งทำให้แนวรุกของทีมตอนนี้ไม่ได้ดูเป็นรอง แมนฯ ซิตี้ เลย


นอกจากแนวรุกที่อันตรายแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีแนวรับที่น่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากได้ตัว ราฟาแอล วาราน ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสมาจาก เรอัล มาดริด ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคู่หูใหม่ของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ในทันที และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทั้งความนิ่ง, ประสบการณ์ ของเขามาช่วยไขแนวรับของ "ปีศาจแดง" ให้เหนียวแน่นขึ้นกว่าเดิม


จุดอ่อน

หากจะพูดถึงจุดอ่อนของ "ปีศาจแดง" ชุดนี้คือตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับที่ยังคงเป็นปัญหาไม่ว่าจะเป็น เฟร็ด ที่มักจะมีข้อผิดพลาดให้เห็นประจำ รวมถึง เนมานย่า มาติช ที่อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพแล้ว ขณะที่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง


แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเล่นในระบบมิดฟิลด์ตัวรับสองคน โดยมี ปอล ป็อกบา ยืนเป็นตัวหลัก แต่มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสถนัดการเล่นเกมรุกเป็นซะสว่นใหญ่ มักจะเติมขึ้นไปสูงคอยทำเกมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อยู่เสมอ ซึ่งตำแหน่งตัวตัดเกมของทีมนั้นจำเป็นสุดๆที่จะช่วยคอยปัดกวาดแนวรุกคู่แข่งก่อนที่บอลจะไปถึงกองหลัง


ลิเวอร์พูล จุดแข็ง

การขาดหายไปของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นที่ผ่านมา รวมถึงแข้งอย่าง โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ที่หายไปเช่นเดียวกัน จึงเป็นผลให้แนวรับเสียประตูง่ายอย่างเห็นได้ชัด และทำให้ผลงานของทีมนั้นไม่สม่ำเสมอ


แน่นอนว่าการได้ตัวปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์กลับมาในซีซั่นนี้นั้นสร้างความแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง จนถึงตอนนี้พวกเขาเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น นั่นจึงทำให้ เจอร์ เก้น คล็อปป์ แทบไม่ต้องแก้ปัญหาในจุดนี้อีกแล้วไม่ว่าจะเป็นการถอย ฟาบินโญ่ ลงมาช่วยยืนเป็นเซ็นเตอร์จำเป็น ซึ่งจะทำให้เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ถนัดอย่างสม่ำเสมอ


ขณะที่แนวรุกกุนซือชาวเยอรมันมี ดิโอโก้ โชต้า ที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากขึ้นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลังโชว์ฟอร์มเด่นในปีที่แล้ว ซึ่งกองหน้าชาวโปรตุเกสเองก็ยังรักษาฟอร์มเก่งได้ต่อเนื่อง เล่นร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้อย่างลงตัว


จุดอ่อน

เชื่อว่าตอนนี้ "เดอะ ค็อป" หลายคนน่าจะกังวลเรื่องฟอร์มการเล่นของ ซาดิโอ มาเน่ มากที่สุด หลังโชว์ฟอร์มดร็อปลงไปตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว โดยในปีนี้เจ้าตัวก็ยังคืนฟอร์มไม่ได้ใช้โอกาสจบสกอร์ที่สิ้นเปลือง โดยเฉพาะเกมที่ "หงส์แด" ถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-0 แม้สุดท้ายดาวยิงชาวเซเนัลจะสามารถยิงได้หนึ่งประตูก็ตาม


นอกจากนี้ฟอร์มของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก็ดูน่ากังวลไม่น้อย โดยเจ้าตัวทำไปเพียง 9 ประตูเท่านั้นในสองฤดูกาลหลังสุด นั่นจึงทำให้ภาระการผลิตสกอร์นั้นตกไปอยู่ที่ ซาลาห์ และ โชต้า มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากเกมไหนทั้งสองคนโชว์ฟอร์มไม่ออกก็จะกลายเป็นปัญหาในแนวรุกได้ไม่น้อย


ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาที่เพิ่งเข้ามาสร้างความปวดหัวในกับ คล็อปป์ คืออาการบาดเจ็บของ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ที่มีอาการข้อเท้าหักจากเกมที่ช่วยทีมเอาชนะ ลีดส์ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ดาวรุ่งรายนี้ต้องพักยาวหลายเดือน


จุดนี้เองทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องหาตัวเข้ามาทดแทนให้ได้ เพราะ เอลเลียตต์ ถือเป็นคนที่มาเป็นตัวตายตัวแทนตำแหน่งของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ที่ย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเจ้าตัวก็กำลังทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยอาจจะต้องกลับมาให้โอกาสกับ นาบี เกอิต้า ที่ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนสมัยอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ออกมาได้เลย หรือจะเป็น เคอร์ติส โจนส์ ที่ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง


ปัญหาของ คล็อปป์ ไม่ได้หมดแค่นี้ เพราะอย่าลืมว่าในช่วงเดือนมกราคมพวกเขาอาจต้องเสียทั้ง ซาอิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เกอิต้า ที่จะต้องไปช่วยชาติลงเล่นในศึก แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ อีกด้วย


เชลซี จุดแข็ง

การที่ เชลซี เซ็นสัญญาดึง โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียมกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง ถือเป็นการเติมจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมา ติโม แวร์เนอร์ ไม่สามารถฝากความหวังเอาไว้ได้


นอกจากกองหน้าแล้ว โธมัส ทูเคิ่ล ยังจัดการดึงตัว ซาอูล ญีเกซ มิดฟิลด์จาก แอต.มาดริด เข้ามาเสริมทัพอีกราย ซึ่งทำให้ตอนนี้แดนกลางของ "สิงห์บลูส์" มีตัวเลือกให้ใช้งานมากมายรวมกับที่มีอยู่ทั้ง มัตเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ จอร์จินโญ่


ขณะที่ตำแหน่งอื่นก็ดูจะลงตัวสุดๆ โดยในแนวรับก็มี เทรโวห์ ชาโลบาห์ เซ็นเตอร์ดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้สำเร็จสอดแทรกแข้งรุ่นพี่ลงเป็นตัวจริงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนผู้รักษาประตูอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ ก็เริ่มปล่อยของออกมาให้เห็นได้เรื่อยๆช่วยเซฟลูกสำคัญๆได้ตลอด ซึ่งด้วยปัจจัยเหล่านี้เองแฟนๆต่างคาดหวังเห็นทีมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อีกครั้ง ต่อยอดความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีที่แล้ว


จุดอ่อน

หากมองถึงจุดอ่อนในทีมชุดนี้คงจะต้องพูดถึงผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า จริงอยู่ที่ ลูกากู กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี แต่หากเมื่อไหร่ที่เจ้าตัวมีอาการบาเจ็บไป แวร์เนอร์ จะสามารถลงมาทดแทนได้ดีแค่ไหน เพราะช่วงที่ผ่านมากองหน้าทีมชาติเยอรมันใช้โอกาสจบสกอร์เปลืองพลาดลูกง่ายๆอยู่เป็นประจำทำให้เขาถูกโยกไปเล่นเป็นตัวริมเส้นมากกว่า


การปล่อยทั้ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ มิตชี่ บัตชูอายี่ ออกไปทำให้ ทูเคิ่ล ไม่มีตัวเลือกมากนัก โดยจะเหลือเพียง ไค ฮาแวร์ทซ์ เท่านั้นที่สลับไปยืนเป็นกองหน้าจำเป็นได้ ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลของ เชลซี อยู่เหมือนกันหากเกิดกรณีนี้ขึ้นมา





ติดตามที่เด็ดจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง www.55vip.club


ติดตามได้ที่เพจ 55VIP.Club




ช่องทางในการติดต่อสอบถาม Add friend ที่ @55club




ดู 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น