บาเยิร์นแชมป์10ปีติด,อำลาฮาแลนด์! บทสรุปบุนเดสลีกาซีซั่น 2021/22




ศึกลูกหนัง บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำฤดูกาล 2021/22 ปิดฉากลงไปอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับความยิ่งใหญ่ของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่คว้าแชมป์มาครองได้เป็นสมัยที่ 31 และถือเป็นฤดูกาลที่ 10 ติดต่อกัน ที่พวกเขาครองความเป็นเบอร์ 1 ของวงการลูกหนังเมืองเบียร์

ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือหนุ่มไฟแรงวัย 34 ปี พา บาเยิร์น คว้าแชมป์ลีกได้ทันทีตั้งแต่ปีแรกที่คุมทีม โดย "เสือใต้" สามารถการันตีตำแหน่งแชมป์ได้ก่อนจบฤดูกาลถึง 4 นัด ด้วยการเปิดบ้านอัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-1 เมื่อวันที่ 23 เมษายน ส่วน "เสือเหลือง" จบที่อันดับสอง มีคะแนนตามหลังแชมเปี้ยน 8 แต้ม และนี่คือฤดูกาลสุดท้ายของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยอดดาวยิงประจำทีม ที่เตรียมย้ายไปค้าแข้งในอังกฤษกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเจ้าตัวก็อำลาสโมสรและแฟนๆ ได้อย่างสวยหรู ด้วยการทำ 1 ประตู ช่วย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพลิกเชือด แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-1 ในเกมปิดซีซั่น



ขณะที่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ แอร์เบ ไลป์ซิก จบที่อันดับสามและสี่ พร้อมได้สิทธิ์ลุยถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า เช่นเดียวกับ บาเยิร์น และ ดอร์ทมุนด์ โดย ไลป์ซิก ฤดูกาลนี้อาจไม่มือเปล่าด้วย เพราะพวกเขามีคิวลงเตะเกม เดเอฟเบ-โพคาล รอบชิงชนะเลิศ กับ ไฟร์บวร์ก วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม ส่วน อูนิโอน เบอร์ลิน, ไฟร์บวร์ก และ เอฟเซ โคโลญจน์ ต่างได้โควตาลุยถ้วยยุโรปใบเล็ก

มองที่โซนท้ายตาราง กรอยเธอร์ เฟือร์ธ ต้องลงไปเริ่มต้นใหม่ในเวที ลีกา สอง หลังจบที่อันดับสุดท้าย (18) เช่นเดียวกับทีมรองบ๊วยอย่าง อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ ขณะที่ยักษ์ใหญ่เมืองหลวงอย่าง แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ดันจบที่อันดับ 16 ทำให้ต้องลุ้นว่าจะได้อยู่โลดแล่นในเวที บุนเดสลีกา ต่อไปหรือไม่ โดยพวกเขาจะต้องเตะเพลย์ออฟกับทีมอันดับสามจาก ลีกา สอง (เตะ 2 นัด ในวันที่ 19 และ 23 พฤษภาคม)



สำหรับตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูกาลนี้ แทบไม่ต้องลุ้น เพราะตกเป็นของคนหน้าเดิม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เครื่องจักรผลิตสกอร์จาก บาเยิร์น ที่กดไปถึง 35 ประตู ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง พาทริค ชิค ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไกลถึง 11 ลูก นอกจากนี้ยังถือเป็นสมัยที่ 7 ที่ เลวานดอฟสกี้ เป็นดาวซัลโว บุนเดสฯ ซึ่งถือว่ามากสุดตลอดกาลเทียบเท่ากับ แกร์ด มุลเลอร์ ตำนานผู้ล่วงลับ


ขณะที่แชมป์แอสซิสต์ก็ยังคงเป็นคนหน้าเดิมจากฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งนั่นก็คือ โธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกอารมณ์ดีแห่งค่าย "เสือใต้" ที่ทำแอสซิสต์ได้ถึง 18 หน ส่วนอันดับสองตกเป็นของ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ดาวเด่น แอร์เบ ไลป์ซิก ที่จัดไป 13 แอสซิสต์ โดยฤดูกาลนี้ เอ็นคุนคู โชว์ฟอร์มได้โหดมากๆ เพราะนอกจากแอสซิสต์เพียบแล้ว ยังทำประตูเองได้ถึง 20 ลูกอีกด้วย


บทสรุป



- แชมป์ : บาเยิร์น มิวนิค

- ได้โควตาเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (อันดับ 1-4) : บาเยิร์น มิวนิค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ แอร์เบ ไลป์ซิก

- ได้โควตาเตะ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (อันดับ 5-6) : อูนิโอน เบอร์ลิน และ ไฟร์บวร์ก

- ได้โควตาเตะ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก (อันดับ 7) : เอฟเซ โคโลญจน์ (เตะรอบเพลย์ออฟ)

- ตกชั้น (อันดับ 16-18) : แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (ได้ลุ้นอยู่ต่อในการเตะเพลย์ออฟ), อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ และ กรอยเธอร์ เฟือร์ธ ดาวซัลโว 10 อันดับแรก



1. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค) - 35 ประตู

2. พาทริค ชิค (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) - 24 ประตู

3. เออร์ลิง ฮาแลนด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) - 22 ประตู

4. อ็องโตนี่ โมแดสต์ (เอฟเซ โคโลญจน์) - 20 ประตู

= คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (แอร์เบ ไลป์ซิก) - 20 ประตู

6. ไตโว อโวนิยี่ (อูนิโอน เบอร์ลิน) - 15 ประตู

7. แซร์จ นาบรี้ (บาเยิร์น มิวนิค) - 14 ประตู

8. มุสซ่า ดิยาบี้ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) - 13 ประตู

9. โยนาส ฮอฟมันน์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค) - 12 ประตู

10. โยนาธาน บัวคาร์ต (ไมนซ์ 05) - 11 ประตู

= มักซ์ ครูเซ่อ (อูนิโอน เบอร์ลิน / เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก) - 11 ประตู

= อันเดร ซิลวา (แอร์เบ ไลป์ซิก) - 11 ประตู จอมแอสซิสต์ 5 อันดับแรก



1. โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) - 18 ครั้ง

2. คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (แอร์เบ ไลป์ซิก) - 13 ประตู

3. มาร์โค รอยส์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) - 12 ครั้ง

= มุสซ่า ดิยาบี้ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) - 12 ครั้ง

5. ดาวิด รอม (ฮอฟเฟ่นไฮม์) - 11 ครั้ง


( ติดตามที่เด็ดจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง )

www.55vip.club

( ติดตามได้ที่เพจ )

55VIP.Club


( ช่องทางในการติดต่อสอบถาม )


Add friend ที่ @55club

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น