เรือทำแต้มหล่นอีก,หงส์ถูกเบรกฝันคว้าสี่แชมป์! 5 ข้อลิเวอร์พูลไล่เจ๊าแมนซิตี้เร้าใจ


เป็นอันว่ากินกันไม่ลงจนได้สำหรับศึกบิ๊กแม็ตช์ พรีเมียร์ลีก ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย.ซึ่ง แมนฯซิตี้ เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-2

เท่ากับว่าการลุ้นคว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีซีซั่นนี้ยังไม่อวสานเนื่องจาก เรือใบสีฟ้า ฉีกหนี หงส์แดง เป็นสี่แต้มไม่สำเร็จ ขณะที่ เร้ด แมชีน ก็พลิกสถานการณ์แซงนำสองแต้มไม่ได้อย่างที่วาดหวังเช่นกันอันทำให้ความห่างของทั้งสองทีมยังเป็นหนึ่งแต้มเหมือนเดิม


อย่างไรก็ดี หากจะว่ากันถึงเกมที่จบลงไปหนล่าสุด ต้องบอกว่า แมนฯ ซิตี้ เล่นได้เหนือกว่า มีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่สุดท้ายก็เก็บได้แค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้อาจมากพอต่อการทำให้ เดอะ ค็อป ต้องหยุดฝันการคว้าสี่แชมป์ไปพลางๆก่อนก็ตาม

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ของเกมก็คล้ายกับการเผชิญหน้ากันหนแรกในลีกซีซั่นนี้ของทั้งสองทีมเมื่อเดือนต.ค.ที่ แอนฟิลด์ ไม่มีผิด


มันเป็นเพราะว่าเกมแรกทั้งสองทีมก็เจ๊ากันด้วยสกอร์ 2-2 และเป็นเจ้าบ้านที่ออกนำก่อนสองหนจาก ซาดิโอ มาเน่ และ โม ซาลาห์ แต่พวกเขาก็เอาชนะทีมเยือนไม่สำเร็จที่ได้ ฟิล โฟเด้น กับ เควิน เดอ บรอยน์ ตีเสมอก่อนจะต้องแบ่งแต้มกันไปเหมือนเดิมอีกโดยมี 5 ประเด็นหลักดังนี้

1.ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด

ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าวัย 30 ปีของ ลิเวอร์พูล ฉลองวันเกิด 10 เม.ย.1992 ด้วยการยิงประตูสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดรอดพ้นจากความปราชัยที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม

แม้เกมนี้ โม ซาลาห์ จะยังเท้าบอดต่อเนื่อง แต่อย่างน้อยสตาร์ทีมชาติอียิปต์ก็แอสซิสต์ให้ดาวยิงทีมชาติเซเนกัลสับไกในช่วงต้นครึ่งหลังเป็นประตูตีเสมอ 2-2 ของ เร้ด แมชีน

จึงพอจะบอกได้ว่ามันน่าจะเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ที่มีความหมายที่สุดของพ่อค้าแข้งแอฟริกันซึ่งยังทำให้ทีมมีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อไปแม้ไม่อาจบุกมาคว่ำ แมนฯ ซิตี้ เพื่อแซงนำเป็นจ่าฝูงแทนได้ก็ตาม

พร้อมกันนี้ มาเน่ ยังได้ชื่อว่าเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ด้วยที่ยิงประตูได้ในวันเกิดนัดดวลกับทีมจ่าฝูงในวันเบิร์ธเดย์พอดี หลังจาก เวย์น รูนีย์ เป็นคนแรกที่ทำได้ในเกมบู๊กับ อาร์เซน่อล ฉลองวันเกิดอายุ 19 ปีเมื่อเดือนต.ค.2004

2.สงครามยังไม่จบ

แน่นอนว่าผลเสมอ 2-2 ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ทำให้ศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ยังไม่ยุติง่ายๆแม้ ลิเวอร์พูล อาจหยุดฝันถึงการคว้าสี่แชมป์ไปก่อนเป็นการชั่วคราวเนื่องจากยังรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงเช่นเดิม

อย่างไรก็ดี สองทีมคู่ปรับจะมีเกมให้บู๊กันต่ออีกนัดในวันเสาร์นี้เลยเนื่องจากถูกจับสลากให้ดวลกันในรอบตัดเชือกถ้วย เอฟเอคัพ ที่ เวมบลีย์

แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เชื่อว่ามันน่าจะมีความแตกต่างไปจากเกมที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์เนื่องจากก่อนจะถึงวันเสาร์นี้ ทั้งสองทีมมีคิวลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีมนัดสองในช่วงกลางสัปดาห์

ที่ต้องบอกอย่างนั้นก็เพราะว่าทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเจองานหนักก่อนสะสางบัญชีกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกยกเนื่องจาก แมนฯ ซิตี้ ต้องบุกไปเยือน แอตเลติโก มาดริด หลังจากเกมแรกทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ซิวชัยได้แบบหืดจับ 1-0 แม้ตลอดทั้งเกมจะกดหัวทีมตราหมีไม่ให้บุกขึ้นมาส่องยิงได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม

ในทางกลับกัน หงส์แดง สามารถอุ่นใจได้มากกว่าเนื่องจากบุกไปสยบ เบนฟิก้า ได้ 3-1 จึงทำให้ คล็อปป์ สามารถพักนักเตะคีย์แมนบางรายได้ก่อนฟัดกับ แมนฯ ซิตี้ ที่ เวมบลีย์ เพื่อสานต่อโปรเจ็คสี่แชมป์ต่อไป ขณะที่ทีมของกุนซือสแปนิชน่าจะต้องส่งทีมชุดใหญ่ลงเล่นในแดนกระทิงดุเพื่อพยายามผลักดันเศรษฐี พรีเมียร์ลีก ซิวถ้วยหูใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรให้จงได้

3.สารพัดสถิติที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม

-ดีโอโก้ โชต้า และ กาเบรียล เชซุส ยังรักษาสถิติยิงประตูได้ใน พรีเมียร์ลีก แล้วต้นสังกัดไม่เคยแพ้ได้ต่อไปโดยขุนพลทีม ลิเวอร์พูล มีสถิติไม่แพ้ 33 นัด (ชนะ 27 เสมอ6) ขณะที่สตาร์ทีม แมนฯ ซิตี้ มีสถิติไม่แพ้ 45 นัด (ชนะ 42เสมอ3) มีแค่ เจมส์ มิลเนอร์ (54) กับ ดาริอุส วาสเซลล์ (46) เท่านั้นที่เหนือกว่าทั้งคู่

-เป็นครั้งแรกใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ที่ แมนฯ ซิตี้ ออกนำคู่แข่งก่อน แต่ไม่ได้สามแต้มหลังจากพวกเขากำชัยได้ทั้งหมด 22 นัดหากเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน

-เป็นครั้งแรกใน พรีเมียร์ลีก ที่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ เสมอกันทั้งสองเกมนับตั้งแต่ซีซั่น 2012/13 เป็นต้นมา

-เป็นเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ห้าติดต่อกันแล้วที่ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะ แมนฯ ซิตี้ (เสมอสามแพ้สอง) ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดเทียบเท่ากับที่เคยดวลกับ เรือใบสีฟ้า ก่อนหน้านี้ห้านัด และไม่ชนะเลยระหว่างเดือนพ.ย.2011-ธ.ค.2013 (เสมอสามแพ้สองเช่นกัน)

-นับตั้งแต่ซีซั่น 2018/19 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก ได้ 44 ประตูแล้วมากกว่าพ่อค้าแข้งทุกราย หากแต่แอสซิสต์ที่ทำให้ โชต้า ซัดตีเสมอ 1-1 ในเกมล่าสุดเป็นแอสซิสต์แรกที่แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ทำได้กับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเพิ่มเป็นคู่แข่งรายที่ 19 ในตาราง พรีเมียร์ลีก ซีซั่นปัจจุบัน

4.โปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ซิตี้

(วูล์ฟส์ (เยือน) พรีเมียร์ลีก รอการยืนยันวันเตะ)

13 เม.ย. แอตเลติโก มาดริด (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีมนัดสอง

16 เม.ย.ลิเวอร์พูล (เวมบลีย์) เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ

20 เม.ย.ไบรท์ตัน (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

23 เม.ย.วัตฟอร์ด (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

26/27 เม.ย.เชลซี/เรอัล มาดริด แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดแรก (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

30เม.ย.ลีดส์ (เยือน) พรีเมียร์ลีก

3/4 พ.ค.เชลซี/เรอัล มาดริด แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดสอง (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

8 พ.ค.นิวคาสเซิ่ล (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

14 พ.ค.เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

15 พ.ค.เวสต์แฮม (เยือน) พรีเมียร์ลีก

22 พ.ค.แอสตัน วิลล่า (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

28 พ.ค.แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

5.โปรแกรมที่เหลือของ ลิเวอร์พูล

13 เม.ย.เบนฟิก้า (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีมสุดท้ายนัดสอง

16 เม.ย.แมนฯ ซิตี้ (เวมบลีย์) เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ

19 เม.ย.แมนฯ ยูไนเต็ด (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

24 เม.ย.เอฟเวอร์ตัน (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

26/27 เม.ย.บียาร์เรอัล/บาเยิร์น มิวนิค แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดแรก (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

30 เม.ย.นิวคาสเซิ่ล (เยือน) พรีเมียร์ลีก

3/4พ.ค.บียาร์เรอัล/บาเยิร์น มิวนิค แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดสอง (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

7 พ.ค.สเปอร์ส (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

10 พ.ค.แอสตัน วิลล่า (เยือน) พรีเมียร์ลีก

14 พ.ค.เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

15 พ.ค.เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน) พรีเมียร์ลีก

22 พ.ค.วูล์ฟส์ (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

28 พ.ค.แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ (ในกรณีผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ)

( ช่องทางในการติดต่อสอบถาม )


Add friend ที่ @55club

( ติดตามที่เด็ดจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง )


www.55vip.club


( ติดตามได้ที่เพจ )


55VIP.Club

ดู 1 ครั้ง0 ความคิดเห็น