ซาลาห์ สร้างสถิติสุ, เทรนต์ ฟอร์มโหด! 5 ประเด็นลิเวอร์พูล เปิดบ้านทุบ นิวคาสเซิ่ล


ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาช่องว่างความห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 1 แต้มเท่าเดิมหลังจากที่พวกเขาโชว์ฟอร์มดุดันเปิดรังแอนฟิลด์ ไล่ต้อน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยแมตช์นี้ "หงส์แดง" ต้องขาด ฟาบินโญ่ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ติดโควิด-19 แต่ทีมก็ยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังสร้างสถิติส่วนตัวในการเป็นนักเตะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประตูของทีม 15 แมตช์ติดต่อกัน



1. ซาลาห์ ราชันแห่งลิเวอร์พูล


ในเวลานี้สาวก "เดอะ เร้ดส์" ทุกคนยกให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือนักเตะหมายเลข 1 ของสโมสร หรืออาจจะเป็นราชันแห่งแอนฟิลด์ไปแล้ว หลังเขาสร้างสถิติมากมายให้กับต้นสังกัดรวมทั้งในเกมล่าสุดที่ไล่ต้อน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1 ประตูที่ "บังโม" ทำได้ในช่วงครึ่งแรกทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประตูของ "หงส์แดง" 15 แมตช์ติดต่อกันในลีก โดยเทียบเท่ากับสถิติของ เจมี่ วาร์ดี้ ที่สร้างเอาไว้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคมปี 2015 ยังไม่หมดแค่นั้น ซาลาห์ ได้สร้างปรากฎการณ์ในพรีเมียร์ลีกเมื่อเขามีส่วนรวมกับ 24 ประตูของต้นสังกัด โดยเป็นการยิงเอง 15 ประตู และอีก 9 แอสซิสต์ ตอนนี้เขาเป็นรองแค่ อลัน เชียเรอร์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประตู 25 ลูก โดยยิงเอง 16 ลูกกับ 9 แอสซิสต์ ก่อนช่วงคริสต์มาสในซีซั่น 1994/1995 นอกจากนี้ นิวคาสเซิ่ล คงไม่อยากเจอ ซาลาห์ เพราะพี่ท่านกลายเป็นนักเตะของ "เดอะเร้ดส์" ที่ยิงประตูให้พวกเขาเมื่อเจอกันมากที่สุด 5 แมตช์ติดตอ่กัน


2. โกนาเต้ทดแทน ฟาน ไดค์ ได้ดีเยี่ยม


นี่เป็นโอกาสอีกครั้งของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง เนื่องจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ดวงแตกติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องส่งเขาลงเป็นตัวจริง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมากๆ โกนาเต้ ทำได้ดีเยี่ยมในการต้องรับมือกับ อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง โดยเขาสามารถจัดการกับดาวเตะตัวเก่ง "สาลิกาดง" ได้อยู่หมัด แถมยังมักจะคอยขึ้นมาช่วยกดดันเกมรับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อได้ลูกตั้งเตะ แมตช์นี้ โกนาเต้ แสดงให้เห็นถึงเรื่องความรวดเร็ว และความแข็งแกร่งในการเล่น โดยเฉพาะในจังหวะการตัดบอลลูกโด่งก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ นอกจากนี้ยังสามารถแย่งบอลจากผู้เล่นทีมเยื่อนได้อยู่บ่อยๆ งานนี้หากเกมพรีเมียร์ลีกยังคงเดินหน้าแข่งกันต่อ คล็อปป์ น่าจะเบาใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะถึงจะไม่มี ฟาน ไดค์ แต่ โกนาเต้ สามารถที่จะเข้ามาเติมเต็มได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเล่นเข้าขากับ โฌแอล มาติป ซะด้วย


3. ติอาโก้ เกือบทำให้ทีมเสียหายหลายแสน


เป็นอีกแมตช์ที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ทำผลงานได้น่าผิดหวังสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" โดยเขามีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ทีมต้องตกเป็นรอง นิวคาสเซิ่ล และเกือบทำให้ทีมเสียประโยชน์หลายครั้งจากการผ่านบอลที่ขาดความแม่นยำ ดาวเตะชาวสแปนิช ทำให้ "เดอะ แม็กพายส์" ได้มีโอกาสงามๆ ถึง 2 ครั้งในช่วง 45 นาทีแรก โดยครั้งแรกมาจากการสกัดบอลไม่เด็ดขาดทำให้ จอนโจ้ เชลวี่ย์ ได้ซัดไกลส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่า ขณะที่อีกจังหวะมาจากการส่งบอลผิดเหมือนเดิม แต่เดชะบุญที่ทีมไม่เสียประตู


แน่นอนว่าช่วงหลายเกมก่อนหน้านี้ ติอาโก้ อาจจะมีส่วนทำให้ทีมคว้าชัยชนะได้ก็ตาม แต่สำหรับแมตช์นี้ถือว่าเขาเล่นได้ไม่ค่อยดีเลย และยิ่งการที่ทีมขาด ฟาบินโญ่ เนื่องจากติดโควิด ทำให้แผงมิดฟิลด์เล่นได้ขาดๆ เกินๆ


งานนี้ คล็อปป์ คงต้องมีการติวเข้ม ติอาโก้ มากขึ้นเรื่องการผ่านบอลให้แม่นยำ แต่ข่าวดีที่พอจะยิ้มได้ก็คือการได้เห็น นาบี เกอิต้า กลับมาลงสนาม และโชว์ฟอร์มได้ดีซะด้วย งานนี้บอกเลยหากนักเตะฟิตสมบูรณ์คงได้หวนคืนตัวจริงชัวร์

4. หนุ่มเทรนต์กลับมาโหดอีกครั้ง


ฟอร์มของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล ปลาบปลื้มใจสุดๆ เพราะผลงานของเขาในเกมนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ในการปราบ "สาลิกาดง" คาถิ่นแอนฟิลด์


"หนุ่มเทรนต์" อาจจะฟอร์มไม่ค่อยโดดเด่นมากนักในช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเขาเร่งฟอร์มขึ้นมา และใช้ความสามารถในการเปิดบอลที่แม่นยำกดดันใส่เกมรับของทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีจังหวะยิงไกลสุดงามที่ทำให้สาวก "หงส์แดง" หวนนึกถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมเลยทีเดียว


ในส่วนของเกมรับวันนี้ต้องบอกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะจังหวะที่เขาพุ่งสกัดบอลแบบเฉียบฉิวก่อนที่บอลจะถึงผู้เล่นนิวคาสเซิ่ล ซึ่งจังหวะนั้นมีความสำคัญมากๆ เพราะทำให้ "หงส์แดง" ยังคงรักษาความได้เปรียบจากการมีสกอร์นำ 2-1 ก่อนที่ เทรนต์ จะมายิงไกลในช่วงท้ายเกม


สำหรับตอนนี้ฟอร์มของ แบ็กขวาเลือดผู้ดี วัย 23 ดีร้อนแรงเหลือเกิน โดยซัดไปแล้ว 2 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ในลีก งานนี้หากเขายังคงรักษาโมเมนตัมการเล่นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ สถิติคงจะโหดยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่า


5. ลุ้นเกมพรีเมียร์ลีกช่วงปลายสัปดาห์จะได้แข่งต่อไหม


สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในอังกฤษรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเกมลีกหลายแมตช์ต้องเลื่อนแข่งไปโดยปริยาย ในขณะเดียวกันนักฟุตบอลก็ติดเชื้อดังกล่าวเยอะขึ้นเรื่อยๆ ในแมตช์ต่อไป ลิเวอร์พูล มีคิวเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเป็นสโมสรที่มีผู้เล่นและสตาฟฟ์ติดโควิดเยอะมาก และ สเปอร์ส ต้องเลื่อนโปรแกรมมาแล้วหลายแมตช์ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่เกมนี้มีโอกาสเลื่อนแข่งสูงมาก


อย่างไรก็ตามการที่ "เดอะ เร้ดส์" สามารถเก็บสามคะแนนได้นั่นทำให้ความห่างระหว่างพวกเขากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาอยู่ที่ 1 แต้มเหมือนเดิม แต่ที่น่าพอใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เชลซี ดันเสมอ เอฟเวอร์ตัน ส่งผลให้พวกเขาตามหลัง ลิเวอร์พูล 3 แต้มแล้ว


แน่นอนว่าการลุ้นแชมป์ลีกเพิ่งจะผ่านมาแค่ครึ่งทางเท่านั้น หนทางยังอีกยาวไกล แถมสถานการณ์ความวุ่นวายของโรคระบาดก็ยิ่งทวีความน่าเป็นห่วง ทำให้เริ่มมีการเรียกร้องให้พักการแข่งขันชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกๆ คน


ฉะนั้นหากจำเป็นต้องพักการแข่งขันชั่วคราว การที่ ลิเวอร์พูล ยังสามารถตามติดไล่บี้ "เรือใบสีฟ้า" แบบหายใจรดต้อคอ ก็ถือว่าพวกเขายังรักษาโมเมนตัมได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงเวลากลับมาแข่งใหม่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแซงหน้า แมนฯ ซิตี้ ให้ได้

ทอมเม้ง




( ติดตามที่เด็ดจากนักวิเคราะห์ชื่อดัง )

www.55vip.club

( ติดตามได้ที่เพจ )

55VIP.Club


( ช่องทางในการติดต่อสอบถาม )


Add friend ที่ @55club

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น